ถือแล้วภูมิใจ ใช้แล้วได้บุญ
 
 
  Confederation of St.Gabriel 's Foundation of Thailand Alumni Associations
 
หมวดที่ 3

การประชุมใหญ่

ข้อ 11 ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวน ไม่เกิน 15 คน คณะกรรมการบริหาร นี้ได้มาจาก
11.1. ทุกๆ 2 ปี ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกผู้แทนสมาชิกเป็นนายกสมาคม
11.2. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับการเลือกตั้ง ให้นายกสมาคมฯ แต่งตั้ง ผู้แทนสมาชิกเป็นกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 12 กรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปต่อไปนี้
12.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็น ผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
12.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม ในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมที่ได้รับมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายก สมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำ หน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
12.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็น เลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
12.4 เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับและรายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ ลอดจนเรียกเก็บเงินค่าบำรุงจากสมาชิก เมื่อ ถึงกำหนด
12.5 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควร กำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะ ต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนด ตำแหน่งถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ 13 เพื่อประโยชน์ในการบริหารให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม คณะกรรมการ บริหารอาจตั้งอนุกรรมการหรือผู้ใด ทำหน้าที่อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ และอาจ จัดตั้งกรรมการที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญก็ได

ข้อ 14 คณะกรรมการบริหาร อนุกรรมการ กรรมการที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้รับ แต่งตั้งให้ถือเป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ ไม่มีเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ หรือค่า ตอบแทนอื่นใดจากสมาคม

ข้อ 15 คณะกรรมการของสมาคมมีตำแหน่งตามวาระคราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการ อยู่ในตำแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ จดทะเบียนจากทางราชการก็ได้ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการ จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และ เมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและ คณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการ ชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 16 ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดวาระก็ให้คณะกรรมการ แต่งตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญ หรือ สมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรง ตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับ วาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 17 กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
17.1 พ้นจากเป็นผู้แทนสมาชิก และคณะกรรมการสมาคมเสียงข้างมากเห็นควรให้ พ้นจากตำแหน่ง
17.2 ลาออก
17.3 เมื่อสมาชิกที่ตนเป็นผู้แทนขาดจากสมาชิกภาพ
17.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติโดยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกในที่ประชุมให้พ้น จากตำแหน่ง

ข้อ 18 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบ ปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะ กรรมการที่แต่งตั้ง
18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจน มีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมด ของสมาคม
18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามข้อ 9.7 ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้ มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้หนังสือรับรอง
18.9 มีหน้าจัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะ ให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัด ส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
18.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ 19 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษา หารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ 20 การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะ กรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นๆ ก็ให้ถือคะแนนเสียงมาก เป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 21 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกัน เอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

ข้อ 22การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ
22.1. การประชุมใหญ่สามัญ
22.2. ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 23 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมีนาคม ของทุกๆปี

ข้อ 24 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่นายกสมาคมหรือคณะกรรมการ เห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นตามข้อ 9.7

ข้อ 25 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้ สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดย จะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และประกาศแจ้งกำหนด นัดประชุมไว้ ณ ที่ทำการของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนถึงกำหนด การประชุมใหญ่

ข้อ 26 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปน
26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2 แถลงบัญชีรายรับ ร่ายจ่าย และบัญชีงบดุลปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
26.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
26.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ 27
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีผู้แทน สมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้แทนสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีผู้เข้าร่วมประชุม ไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับ การประชุมในครั้งหลังนี้ถ้ามีผู้แทนสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อ 9.7 ให้ ถือว่าการประชุม เป็นอันยกเลิก

ข้อ 28 การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ให้สมาชิกมีสิทธิ์ลงคะแนนได้ 1 คะแนน และให้ถือ คะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ นอกจากจะกำหนดไว้ในข้อบังคับของสมาคมให้เป็นอย่างอื่น แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 29 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการ ที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 30 ตัวแทนสมาชิก ผู้ใดที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง จะมอบหมายให้สมาชิกอื่น หรือผู้แทนมาประชุมและออกเสียงแทนตนก็ได้ การมอบหมายดังกล่าวให้ทำเป็น หนังสือตามแบบของสมาคม

ข้อ 31 การลงมติในที่ประชุมให้เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย หากเป็นการลงคะแนนลับให้ พึงกระทำได้ เมื่อมีสมาชิกร้องขอและมีคะแนนเสียงรับรองจากสมาชิกในที่ประชุม เกินครึ่งหนึ่ง

 
  << back | next >>  
   
 
 
  สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่า สถาบันในเครือมูลนิธิ คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ( สคท.)
4810 ถ.พระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 02-3901062-3 ....โทรสาร 02-3915417
(หลัก) cgaoffice@cgathailand.com
powered by webplant.net